สหรัฐระงับความช่วยเหลือทางการเงินแก่ปากีสถาน

รัฐบาลวอชิงตันประกาศระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลอิสลามาบัด ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ตึงเครียดมากขึ้นทุกขณะสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ว่านางนิกกี เฮลีย์ เอกอัคราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวเมื่อวันอังคาร

ว่ารัฐบาลวอชิงตันได้ตัดสินใจระงับความช่วยเหลือทางทหารมูลค่า 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ปากีสถาน ( ราว 8,313 ล้านบาท ) เนื่องจากรัฐบาลอิสลามาบัด “ตีสองหน้า” ด้วยการ “ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มก่อการร้าย” ในขณะที่อีกด้านหนึ่งแสดงบทบาทเป็นพันธมิตรด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐ ขณะที่นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวว่าปากีสถานสามารถ “ทำได้มากกว่านี้” เพื่อหยุดยั้งการก่อการร้าย และสหรัฐหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลอิสลามาบัดจะมีการเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ด้านแถลงการณ์โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นเอสซี ) ระบุว่ารัฐบาลอิสลามาบัดไม่ได้สนับสนุนนโยบายยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของสหรัฐในเอเชียใต้ “อย่างเพียงพอ”
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบนายกรัฐมนตรีชาฮิด คากัน อับบาซี ผู้นำรัฐบาลอิสลามาบัดคนปัจจุบัน ระบุว่าท่าทีของรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันนั้น “ยากเกินที่จะเข้าใจได้” เนื่องจากขัดแย้งกับความเป็นจริง “อย่างสิ้นเชิง” โดยนับตั้งแต่สงครามต่อต้านการก่อการร้ายเปิดฉากเมื่อปี 2546 พลเมืองปากีสถานสูญเสียชีวิตมากกว่า 62,000 คน และรัฐบาลอิสลามาบัดหมดงบประมาณไปกับเรื่องนี้มากกว่า 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4 ล้านล้านบาท ) ความช่วยเหลือ 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.07 ล้านล้านบาท ) จากรัฐบาลวอชิงตันเป็นเพียง “ส่วนหนึ่ง” เท่านั้น
ส่วนนายคาห์วาจา อาซีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน กล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ควรว่าจ้างบริษัทบัญชีให้ตรวจสอบ “ค่าใช้จ่ายของปากีสถานด้วย” โดยก่อนหน้านี้อาซีฟเหน็บแนมสงครามท่าทีของผู้นำสหรัฐคือการแสดง “ความผิดหวังจากความพ่ายแพ้” ในสงครามอัฟกานิสถาน ด้วยการโยนความผิดให้กับปากีสถาน และเชิญนายเดวิด เฮล เอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าพบเพื่อ “ปรึกษาหารือ”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

 

 

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประเดิมปี 2560 ด้วยการทวีตถึงความสัมพันธ์กับปากีสถาน ว่าสหรัฐ “โง่มาก” ที่มอบความช่วยเหลือด้านการเงินให้แก่รัฐบาลอิสลามาบัดมากถึง 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันได้รับกลับมามีเพียง “คำโกหกและการหลอกลวง”.
 

You may also like